top of page
Search

หิมาลัยสุดสายรุ้ง... ปรัชญาและความจริงของชีวิต

  • Taliw
  • Nov 11, 2013
  • 1 min read

ย้อนเวลากลับไปสัก 20 นาที... ฉันเพิ่งอ่าน "หิมาลัยสุดสายรุ้ง" จบ และถ้าย้อนกลับไปสัก 3 สัปดาห์ที่แล้ว... ฉันได้รู้จักนิยายเรื่องนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ค ณ หน้าฟีด สเตตัสของแฟนเพจ "สำนักพิมพ์ คำต่อคำ" ขึ้นหลาถึง "แม่ช้อง" และตลอดสัปดาห์ของงานหนังสือแห่งชาติ ก็มีเรื่องราวของนิยายเรื่องนี้เต็มไปหมด จนในที่สุด ฉันก็ไม่อาจต้านทานเล่ห์กลการตลาดได้ นิยายเรื่องนี้ ถ้าถามว่าสนุกไหม? บอกเลยว่า "ตอบยาก" เรื่องนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นนิยายรัก แต่ไม่ใช่นิยายรักหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก หรือรักดราม่าตบจูบ เป็นความรักที่คนสองคนค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ เชื่องช้า เนิบนาบ และนิยายเรื่องนี้ไม่มีความซับซ้อน ลึกลับ ปริศนา หรืออะไรที่น่าค้นหา น่าติดตาม ไม่ได้มีตัวละครตลกคอยสร้างรอยยิ้ม สีสัน เสียงหัวเราะ (คนเดียว) อ่านจนถึงบรรทัดนี้แล้ว หิมาลัย สุดสายรุ้งสนุกไหม? แล้วอะไรที่ทำให้ฉันอ่านนิยายเรื่องนี้จบ? ... คำตอบนี้ ฉันตอบได้นะ... เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ใกล้กับภูฏาน ชื่อนครรัฐโภฑาน เรื่องราวเริ่มต้นจาก "บัวชโลบล" หรือ "บัว" หรือ "ราโช" หรือ "บูอา" อยากไปเยียมเยือนภูฏาน (เมื่อนางเอกของเรามีหลายชื่อ!!!) แต่กลับต้องระเห็ดไปโภฑาน จึงได้พบเจอกับพระเอก "มีนา" แล้วความรักของทั้งคู่ค่อยๆ เติบโตขึ้น พร้อมกับอุปสรรค์ (ที่ไม่ใช่เรื่องความรัก) ที่เกิดขึ้น แม้เรื่องราวของนิยายจะเนิบช้า ไม่น่าตื่นเต้น และคาดเดาเหตุการณ์ได้ แต่สิ่งที่ทำให้นิยายเรื่องนี้แตกต่างจากนิยายรักทั่วไป นั่นคือ... "ปรัชญาแห่งการดำเนินชีวิตที่แฝงไว้" "ถ้าจดจ่ออยู่อยู่แต่จุดหมายปลายทาง คุณก็จะเหนื่อยแบบนี้แหละ เพราะร่างกายของคุณมันตามหัวใจไปไม่ทัน" "...สาระสำคัญของงาน ไม่ได้อยู่ที่ผลสำเร็จประการเดียว มันอยู่ที่การค้นพบอะไรบางอย่างระหว่างทางนั้นด้วย" "จุดหมายปลายทางไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต มันเป็นเพียงความหวังที่เราสร้างขึ้นเองต่างหาก เราสร้างมันขึ้นมา เพื่อให้เรามีแรงเดินไปทีละก้าว ส่วนชีวิต คือแต่ละก้าวย่างที่เราเดิน เราต้องประคองตัวไว้ให้ได้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะ คุณควรให้ความสำคัญกับแต่ละก้าวที่กำลังเดินมากกว่าจุดหมายปลายทาง..." นอกจากคำสอนที่ช่วยสะกิดเตือนให้คนอ่าน (ฉัน) ตระหนักถึงการเก็บเกี่ยวสิ่งรายทางแล้ว เรื่องนี้ยังสะท้อนแง่มุมที่ฉันไม่เคยมอง... แง่มุมของการใช้ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ใช่วัตถุนิยมที่กำลังเป็นอยู่

สิ่งนี้สะท้อนออกมาในรูปแบบวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวโภฑาน ซึ่งฉันคิดว่า มันคือวิถีชีวิตของชาวภูฏาน ที่ให้ความสำคัญของความสุขมวลรวม อีกหนึ่งแง่มุมที่ผู้เขียนสะท้อนได้อย่างดีเยี่ยม และเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย และอาจนับได้ว่าเป็นไฮไลต์ของเล่มเลยก็ว่าได้ นั่นคือ...

การปกครองของชาวโภฑาน (แอบคิดว่าน่าจะเป็นวิถีของภูฏาน) ที่ปกครองด้วย "หลักศาสนา" มีคำกล่าวหนึ่งของนีมาที่ฉันประทับใจ (ไม่รู้อยู่หน้าไหน เอาใจความไปละกัน) "...แค่ศีลห้าข้อ คนเรายังปฏิบัติไม่ได้ นับประสาอะไรกับกฏหมายร้อยกว่าข้อ" ...นั่นสินะ อีกสิ่งที่โดดเด่นของนิยายเรื่องนี้ คือ ความโรแมนติก นั่นคือ... "สายรุ้ง" ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อเรื่อง "หิมาลัยสุดสายรุ้ง"

ชาวโภฑาน เชื่อว่า "จุดหมายปลายทางอยู่ที่สุดสายรุ้ง" และ "ทุกคนมีสายรุ้งของตัวเอง" พระเอกตามหาสายรุ้งของตัวเอง จนค้นพบว่า สายรุ้งที่เฝ้ารอ คือ นางเอก นั่นเอง และพยายามทำให้นางเอกมีเส้นทางสายรุ้ง เส้นเดียวกันกับตนเอง (น่าร๊ากก) สิ่งโดดเด่นของหิมาลัย สุดสายรุ้ง ข้อสุดท้ายคือ การแสดงวิถีชีวิต ความเชื่อ จิตวิญญาณ และความงามแห่งธรรมชาติในเมืองภูฏานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้อ่าน (ฉัน) ได้เปิดโลกทัศน์กว้างขึ้น เหมือนได้ไปเยือนภูฏานด้วยตัวเอง ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ เป็นจุดเด่นที่ค้นพบได้จากหิมาลัย สุดสายรุ้ง สำหรับเพื่อนคนใดที่นิยมชมชอบอ่านนิยายรัก และหากชอบอ่านนิยายรักหวือหวา หวานแหวว กุ๊กกิ๊ก หรือดราม่าเคร้าน้ำตา ...ขอเตือนอีกครั้งว่า อย่าหยิบเรื่องนี้มาอ่าน เพราะคุณจะไม่พบสิ่งเหล่านี้ในหน้ากระดาษเลย ### ผู้เขียน : แม่ช้อง สำนักพิมพ์ : คำต่อคำ

Book_13.jpg

 
 
 

Comments


bottom of page